/ศิลปะและความทรงจำแต้จิ๋ว

งิ้วแต้จิ๋วต่างจากงิ้วปักกิ่งอย่างไร

เวทีสองฝั่งเปรียบเทียบเครื่องแต่งกาย ท่ารำ และวงดนตรีของงิ้วแต้จิ๋วกับงิ้วปักกิ่ง

งิ้วแต้จิ๋วต่างจากงิ้วปักกิ่งตรงที่เป็นละครคนละสาย มีภาษาบนเวที ระบบทำนอง วงดนตรี ประวัติการก่อรูป และชุมชนผู้สืบทอดของตนเอง แม้ทั้งคู่ใช้การร้อง การเจรจา ท่ารำ เครื่องแต่งกาย และการแสดงเชิงสัญลักษณ์

คำว่างิ้วในภาษาไทยมักรวมละครจีนหลายประเภทไว้ด้วยกัน จึงทำให้คนดูคาดว่าการแต่งหน้า เสียงร้อง หรือบทบาททุกอย่างใช้กฎเดียวกัน ความคล้ายด้านภาพเป็นผลจากการอยู่ในโลกละครจีนร่วมกัน แต่ไม่เพียงพอจะเรียกงิ้วแต้จิ๋วว่าเป็นงิ้วปักกิ่งฉบับภาษาถิ่น

ภาษาและเส้นทางประวัติศาสตร์ไม่เหมือนกัน

งิ้วแต้จิ๋วหรือ潮剧เติบโตในเขตเฉาซ่านและใช้ภาษาแต้จิ๋วในการร้องกับเจรจา หลักฐานบทละครเก่าสมัยหมิงแสดงกระบวนการที่ละครสายหนานซี่ปรับถ้อยคำ สำเนียง และเรื่องราวให้เข้ากับท้องถิ่น แหล่งข้อมูลทางการของฝูเจี้ยนก็อธิบายว่าละครชนิดนี้ก่อรูปจากรากละครใต้ร่วมกับเพลงพื้นบ้านและวัฒนธรรมดนตรีของพื้นที่ชายฝั่งตะวันออก

งิ้วปักกิ่งหรือ京剧ก่อรูปเต็มที่ราวกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 จากการประสานละครหลายสายที่เข้าสู่กรุงปักกิ่ง UNESCO ระบุว่าการร้องและเจรจาใช้ภาษาถิ่นปักกิ่งเป็นหลัก และให้ความสำคัญกับรูปแบบกับสัมผัสของบท ความต่างทางภาษาจึงอยู่ทั้งเสียง คำคล้องจอง มุก และจังหวะของประโยค ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนคำแปลใต้เวที

ระบบทำนองและเสียงวงดนตรีมีศูนย์กลางต่างกัน

ดนตรีงิ้วแต้จิ๋วสัมพันธ์กับทำนองพื้นถิ่น เพลงร้องชาวบ้าน ดนตรีกลอง และมรดกละครใต้ National Heritage Board สิงคโปร์ชี้ว่าการร้องรับเป็นหมู่เป็นลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของดนตรีงิ้วแต้จิ๋ว ในการแสดงจริง รายละเอียดวงและเครื่องดนตรีอาจเปลี่ยนตามคณะ ยุค งบประมาณ และพื้นที่ จึงควรดูรายชื่อวงของงานนั้นแทนการทำรายการตายตัว

ดนตรีงิ้วปักกิ่งมีระบบทำนองสำคัญคือซีผีและเอ้อร์หวง UNESCO อธิบายว่าเครื่องสายอย่างจิงหูมีบทบาทนำ และกลองช่วยกำกับจังหวะการแสดง การได้ยินจิงหูหรือทำนองสองระบบนี้ร่วมกับภาษาบนเวทีจึงเป็นหลักฐานที่แข็งแรงกว่าสีเสื้อหรือฉาก อย่างไรก็ดี วงร่วมสมัยอาจปรับเครื่องดนตรีได้ จึงควรใช้หลายเบาะแสประกอบกัน

ภาษาการแสดงคล้ายกันบางส่วนแต่ห้ามสลับคู่มือ

ทั้งสองประเภทมีบทบาทตัวละคร การเคลื่อนไหวแบบแผน เครื่องแต่งกาย และการแต่งหน้า แต่สัดส่วนและรายละเอียดไม่เหมือนกัน แหล่งมรดกสิงคโปร์ระบุว่างิ้วแต้จิ๋วมีตัวตลกหลายแบบและใช้การร้องรับ ขณะที่ UNESCO เน้นการร้อง เจรจา แสดง และศิลปะการต่อสู้ของงิ้วปักกิ่ง ความเด่นที่ต่างกันทำให้จังหวะเวทีและความคาดหวังของผู้ชมต่างกันด้วย

ข้อควรระวังสำคัญคืออย่านำตารางความหมายสีหน้าของงิ้วปักกิ่งไปแปลตัวละครงิ้วแต้จิ๋วโดยตรง สีแดง ดำ หรือขาวอาจดูคล้ายกัน แต่กฎการออกแบบขึ้นกับประเภทละคร คณะ บท และยุค การระบุตัวละครควรตรวจจากสูจิบัตร บทละคร หรือคำอธิบายของผู้ฝึกในสายนั้น ไม่ใช่จากอินโฟกราฟิกงิ้วจีนทั่วไป

แยกประเภทจากหลักฐานหลายชั้น

เริ่มจากชื่อภาษาจีนในโปสเตอร์ หากระบุ潮剧คือ Chaoju หรืองิ้วแต้จิ๋ว ส่วน京剧คือ Jingju หรืองิ้วปักกิ่ง จากนั้นฟังภาษาที่ใช้ ดูเครดิตคณะและถิ่นฐาน ตรวจชื่อทำนองกับเครื่องนำ และอ่านเรื่องย่อ เครื่องแต่งกายอลังการหรือฉากต่อสู้เพียงอย่างเดียวใช้ตัดสินไม่ได้ เพราะละครจีนหลายประเภทมีองค์ประกอบเหล่านี้

เรื่องเดียวกันอาจถูกแสดงได้หลายประเภท จึงควรแยกเรื่องเล่าออกจากรูปแบบการแสดง เมื่อคณะงิ้วแต้จิ๋วนำเรื่องประวัติศาสตร์จีนมาเล่น เรื่องอาจทับกับงิ้วปักกิ่ง แต่ภาษา ทำนอง การแบ่งฉาก และลีลายังคงผ่านไวยากรณ์ของคณะนั้น การเทียบอย่างเป็นธรรมจึงควรใช้คลิปเต็มจากช่วงเวลาใกล้กัน ไม่ใช้ภาพนิ่งหนึ่งภาพแทนศิลปะทั้งประเภท

แหล่งข้อมูล