/กินเจ, ไหว้เจ้า

4 แนวปฏิบัติช่วงกินเจ จากธรรมเนียมในครอบครัวของผู้เขียน

โคมไฟจีนสีเหลืองและธูปขดแขวนอยู่ภายในศาลเจ้า
โคมไฟจีนสีเหลืองและธูปขดแขวนอยู่ภายในศาลเจ้า
ถ่ายที่ศาลเจ้าโจวซือกง วันที่ 18 ตุลาคม 2558

ในประเทศไทย เทศกาลกินเจเป็นประเพณีสำคัญของชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนหลายแห่ง แต่รายละเอียดการปฏิบัติอาจแตกต่างกันตามครอบครัว ชุมชน และศาลเจ้า

หลายคนอาจนึกถึงเพียงการงดรับประทานเนื้อสัตว์ แต่บางครอบครัวยังให้ความสำคัญกับการแยกภาชนะ การสำรวมกายใจ และการไหว้เจ้าด้วย

ผู้เขียนตามคุณแม่และคุณตาคุณยายไปกินเจตั้งแต่เด็ก เนื้อหาต่อไปนี้จึงเป็นแนวปฏิบัติจากประสบการณ์ในครอบครัวของผู้เขียน ไม่ใช่กฎตายตัวสำหรับทุกคนครับ

1. อาหารที่ครอบครัวผู้เขียนงดในช่วงกินเจ

  1. เนื้อสัตว์และส่วนประกอบจากสัตว์ โดยบางครอบครัวอาจมีข้อยกเว้นเรื่องหอยตามความเชื่อของตน
  2. นมและผลิตภัณฑ์จากนม
  3. ไข่
  4. ผักกลิ่นฉุน 5 ชนิด ได้แก่ กระเทียม หัวหอมและพืชในกลุ่มเดียวกัน เช่น ต้นหอม หลักเกียว กุยช่าย และใบยาสูบ

รายชื่อผักกลิ่นฉุนข้างต้นอ้างอิงจาก คำแนะนำเรื่องการกินเจของกรมอนามัย ซึ่งไม่รวมผักชี

2. แนวปฏิบัติสำหรับผู้ที่ถือเจแบบ เคร่ง

  1. บางครอบครัวไม่นำอาหารชอหรืออาหารที่ไม่เจเข้ามาในบริเวณที่เตรียมอาหารเจ
  2. ล้างอุปกรณ์รับประทานอาหารให้สะอาด ใช้ฟองน้ำล้างจานชิ้นใหม่และลวกน้ำร้อน ผู้ที่ถือเคร่งอาจแยกจานชามหนึ่งชุดไว้ใช้เฉพาะช่วงกินเจ เมื่อหมดเทศกาลก็เก็บไว้ใช้ในปีต่อไป
  3. บางครอบครัวแยกโต๊ะอาหารเจออกจากอาหารชอ
  4. บางครอบครัวเลือกไม่รับประทานอาหารที่ปรุงร่วมกับอาหารชอ
  5. หากซื้ออาหารนอกบ้าน ควรตรวจสอบวัตถุดิบและวิธีปรุงให้ตรงกับระดับความเคร่งของตน
  6. หากตั้งใจถือเจตามจำนวนวันที่กำหนดไว้ ก็ควรปฏิบัติให้ครบตามความตั้งใจนั้น

3. การไหว้เจ้าตามธรรมเนียมของบางครอบครัว

ศาลเจ้าจีนมีอยู่หลายแห่งในกรุงเทพฯ และจังหวัดที่มีชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีน แต่ละแห่งอาจมีความเชื่อ กฎ หรือธรรมเนียมต่างกัน เช่น การกินล้างท้องล่วงหน้าหนึ่งถึงสามวัน สำหรับครอบครัวผู้เขียน การไปไหว้เจ้าเป็นส่วนสำคัญของเทศกาล แต่ผู้ปฏิบัติแต่ละคนอาจยึดแนวทางต่างกัน จึงควรสอบถามศาลเจ้าหรือชุมชนที่ตนเข้าร่วมโดยตรง

4. กินเจมีกิจกรรมทางเพศได้ไหม

ข้อนี้มีแนวปฏิบัติแตกต่างกัน บางชุมชนมองว่าควรงดเพื่อสำรวมกายใจ ขณะที่บางคนถือว่าความสัมพันธ์ระหว่างคู่สมรสไม่ได้ขัดกับการรักษาศีล จึงควรยึดหลักศีล แนวทางของสถานปฏิบัติ และความยินยอมพร้อมใจของทั้งสองฝ่าย โดยไม่ใช้แนวทางของตนไปตัดสินผู้อื่น

สรุป

ข้อปฏิบัติในการกินเจแตกต่างกันได้ตามครอบครัว ชุมชน ศาลเจ้า และระดับความเคร่ง จึงไม่ควรใช้แนวทางชุดเดียวเป็นมาตรฐานตัดสินทุกคน

หากเผลอรับประทานอาหารชอหรือมีข้อสงสัย ควรสอบถามผู้ใหญ่หรือสถานปฏิบัติที่ตนยึดถือว่าจะปฏิบัติต่ออย่างไร แทนการตัดสินว่าคนอื่นกินเจถูกหรือผิด

ท้ายที่สุด ผู้เขียนเห็นว่าควรปฏิบัติด้วยความสบายใจ เคารพความเชื่อที่แตกต่าง และไม่เบียดเบียนผู้อื่น