/เทศกาล, ไม่มีหมวดหมู่

5 ข้อคิด เทคนิค เตรียมตัวเป็นสะใภ้บ้านจีน (ในไทย)

หญิงสาวและผู้ใหญ่หญิงในครอบครัวไทยเชื้อสายจีนช่วยกันเตรียมชาและอาหาร

ก่อนอื่นก็ต้องบอกก่อนว่า เกิดมาจนอายุ 29 ปี แฟนอะไรก็ไม่เคยมี ทั้งที่หน้าตาก็ดีระดับหนึ่ง (คิดว่าน่าจะใช่) อาจจะเป็นเพราะที่บ้านเป็นไทยแท้ค่อนข้างหัวโบราณ พ่อแม่เป็นครู ชอบแอบหยอดตลอดว่า แฟนไม่ต้องรีบมี เดี๋ยวเรียนจบก็มาเอง จริง ๆ ก็ใช่ว่าจะเชื่อแต่มันก็ไม่มี๊ไม่มีคนที่ถูกใจสักที (คนจีบอ่ะมี ขอโม้หน่อยเหอะ แต่ฉันก็เลือกนะคะ สวยมาก? ใช่เหรอ?) รอแล้วรอเล่า เฝ้าแต่รอ ผ่านป.ตรีก็แล้ว เหมือนที่รุ่นพี่เคยกล่าว ปีหนึ่งหยิ่ง ปีสองยิ้ม ปีสามยั่ว ปีสี่ยอม เป็นทุกขั้นตอน ยังรอดรักษาพรหมจรรย์มาได้ เจ๋งป่ะล่ะ

Anyway ผ่านไปจนแล้วจนเล่า อายุเข้า 29 อยู่ ๆ ก็มีหนุ่มหน้าตี๋สูงขาวอวบจ้ำม่ำน่ากอด (อุ๊บส์ ความเป็นกุลสตรีที่พ่อแม่เคยสั่งสอนไปหนายยยยย) มาอยากทำความรู้จัก จะมาจีบอ่ะดิ รู้ทันเหอะ มาเทียวไล้เทียวขื่อ (ฉันเริ่มมีความเป็นสะใภ้จีนมาละ) บอกตรง ๆ ตอนแรกก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ถึงจะดูอวบอั๋นน่ากอดก็เหอะ ด้วยความที่อาจจะไม่เคยมีแฟนด้วย และอายุก็ 29 แล้วนะ ตอนนั้นคิดเยอะว่าถ้าฉันจะเลือกใครก็อยากให้ชัวร์จริง ๆ คิดเยอะมากว่าจะใช่คนนี้รึเปล่าน้า จะโอเคไหม ด้วยบุญพาวาสนาส่ง หรือบุพเพอาละวาด หรือความเอาใจใส่ดูแล หรือคารมของหนุ่มตี๋ที่ชอบอวดอ้างสรรพคุณตัวเองว่า ได้ไปเนี่ยเหมือนถูกลอตเตอรี่เลยนะจ๊ะ

แล้วมีหรือจะพลาดฉันก็อยากถูกรางวัลมั่งสิจ๊าาาา ก็เลยตกล่องปล่องชิ้นลองคบหาดูใจกัน และแล้วก็ได้เริ่มเข้าบ้านแฟนจ้าาา แท่น แทน แท๊น สิ่งที่เจอไม่ได้มีอะไรน่ากลัวเลย บ้านแฟนค่อนข้างหัวสมัยใหม่ ไม่ยึดติดว่าลูกเค้าจะต้องมีแฟนแล้วแต่งกับเชื้อสายจีนเท่านั้น เรื่องนี้ก็เลยไม่ใช่ปัญหา สบายใจ

ด้วยความที่ไม่เคยเข้าบ้านคนไทยเชื้อสายจีนมาก่อน จึงมีหลายอย่างที่ทำให้รู้สึกว้าว เช่นเรื่องต่อไปนี้ ทั้งหมดเป็นประสบการณ์จากครอบครัวหนึ่งเท่านั้น แต่ละครอบครัวอาจมีวิถีและธรรมเนียมแตกต่างกัน

  1. อาหารการกินเลยจ้า ยิ่งใหญ่อลังการดาวล้านดวง ทำเยอะจัดเต็ม อย่ากลัวอ้วน อย่ามาพูดเรื่องอ้วนเอิ้นอะไรแถวนี้ กุ้ง หอย ปู ปลา มาทั้งทะเล อาจจะไม่ทุกมื้อแต่มาบ่อยมาก อาม้าบอกว่ากินเยอะ ๆ จากคนที่ไม่ค่อยกินข้าวเย็น ที่บ้านทำพอดีกิน อาหารสุขภาพ หมูกรอบ ขาหมู ไม่ได้รู้จักมักคุ้นมาเป็นสิบ ๆ ปี มาเจออาหารเหลาขนาดนี้แพ้ค่ะบอกเลย ไม่ได้กินแล้วแพ้อาหารนะ แพ้ใจตัวเอง ตบะแตกค่าาาา น้ำหนักขึ้นมา 10 โลในปัจจุบัน เพียงผ่านไป 5 ปี
  2. เอ๊ะ ๆ ๆ ฉันเรียกชื่ออาหารไม่เหมือนเขามาตลอด 29 ปีเลยเหรอ อย่างกุยช่ายทอด ทำไมคนแถวนี้เรียกไช้ก้วย ไอด้อนอันเด้อสแตน ฮาวดิฟเฟอเร้นค้าา สิ่วท้อคืออาราย มันคือซาลาเปาไม่ใช่เหรอออ ต้องใช้เวลาจูนอยู่สักพัก
  3. ไหว้เจ้า ไหว้เยอะมาก ไหว้บ่อยมาก จนจำไม่ได้ว่าไหว้อะไร ตอนไหน ยังไง ผ่านไป 3–4 ปีถึงเริ่มเรียนรู้ แต่กระดาษที่ใช้ไหว้ก็ยังคงเป็นเรื่องสับสนมาจนถึงปัจจุบัน อะไรคือคอสซี อะไรคือกระดาษใช้เบิกทาง ขอเวลาศึกษาเพิ่มเติมแล้วจะมารีวิวให้อ่านนะคะ
  4. เมื่อก่อนรู้จักแต่ พ่อ แม่ พี่ น้อง ลุงป้า น้า อา แต่ตอนนี้มีศัพท์ใหม่เพิ่มจ้า อากง อาม่า โซ้ยเจก หยี่เจก ซิ่ม เตี๋ย อึ่ม อี้ ซ้อ มาเต็ม
  5. เชงเม้งเป็นช่วงเทศกาลที่ตอนแรกได้ไปแล้วรู้สึกตื่นเต้นมาก มันเป็นอะไรที่แสดงถึงวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญแก่บรรพบุรุษที่ได้จากไปแล้ว ให้เราระลึกถึงทุกปี และเป็นการรวมพลญาติพี่น้องกันอย่างครึกครื้น ไหว้เสร็จก็ถือโอกาสไปพักผ่อนทุกปี