/ภาษาแต้จิ๋ว, ครอบครัวและรากเหง้า

พี่น้องของพ่อและแม่ในภาษาแต้จิ๋วเรียกว่าอะไร

หุ่นไม้แทนพ่อแม่และพี่น้องของทั้งสองฝ่าย เชื่อมด้วยด้ายสองสีเข้าหาลูกตรงกลาง

พี่น้องของพ่อและแม่ในภาษาแต้จิ๋วเรียกคนละชุด ได้แก่ พี่ชายของพ่อว่าอาแป๊ะโดยประมาณ น้องชายของพ่อว่าอาเจ็ก พี่หรือน้องสาวของพ่อว่าอาโกว พี่หรือน้องชายของแม่ว่าอากู๋ และพี่หรือน้องสาวของแม่ว่าอาอี๊ การรู้เพียงว่าเป็นลุง ป้า น้า หรืออาในภาษาไทยยังไม่พอ ต้องรู้ด้วยว่าเป็นพี่น้องของพ่อหรือแม่

รูปต่อไปนี้อ้างระบบ Gaginang Peng’im จาก Learn Teochew ตัวเลขท้ายพยางค์บอกวรรณยุกต์ ไม่ได้บอกว่าญาติเป็นคนที่เท่าใด คำอ่านไทยเป็นเพียงเสียงใกล้เคียงสำหรับเริ่มจำ เพราะสระ พยัญชนะท้าย วรรณยุกต์ และเสียงเมื่ออยู่ในประโยคอาจต่างตามถิ่นและครอบครัว

พี่น้องฝ่ายพ่อมีสามคำหลัก

  • 阿伯 ระบบ Gaginang Peng’im a1bêh4 อ่านไทยโดยประมาณว่า อาแป๊ะ หมายถึงพี่ชายของพ่อ
  • 阿叔 ระบบ Gaginang Peng’im a1zêg4 อ่านไทยโดยประมาณว่า อาเจ็ก หมายถึงน้องชายของพ่อ
  • 阿姑 ระบบ Gaginang Peng’im a1gou1 อ่านไทยโดยประมาณว่า อาโกว หมายถึงพี่สาวหรือน้องสาวของพ่อ

จุดสำคัญคือฝ่ายพ่อแยกพี่ชายกับน้องชายคนละคำ แต่ใช้คำหลักเดียวกันสำหรับพี่สาวและน้องสาว หากพ่อมีพี่น้องเพศเดียวกันหลายคน สามารถเติมคำบอกลำดับเกิดเพื่อแยกแต่ละคน แหล่งอ้างอิงยกกรณีพี่สาวคนโตของพ่อและน้องชายของแม่คนที่สาม แต่รูปที่ครอบครัวไทยใช้จริงอาจย่อหรือออกเสียงต่างกัน

พี่น้องฝ่ายแม่มีสองคำหลัก

  • 阿舅 ระบบ Gaginang Peng’im a1gu6 อ่านไทยโดยประมาณว่า อากู๋ หมายถึงพี่ชายหรือน้องชายของแม่
  • 阿姨 ระบบ Gaginang Peng’im a1i5 อ่านไทยโดยประมาณว่า อาอี๊ หมายถึงพี่สาวหรือน้องสาวของแม่

ชุดฝ่ายแม่ไม่ได้แยกพี่กับน้องในคำหลักแบบพี่ชายและน้องชายของพ่อ จึงต้องอาศัยลำดับเกิด ชื่อ หรือบริบทเมื่อมีหลายคน การใช้คำไทยว่าน้าชายหรือน้าสาวเป็นคำแปลช่วยเข้าใจความสัมพันธ์ได้ แต่ไม่ควรนำรูปไทยไปคาดเดาเสียงแต้จิ๋วโดยไม่ฟังคนในบ้าน

คู่สมรสของพี่น้องพ่อแม่เรียกอย่างไร

ระบบคำญาติยังมีคำเฉพาะสำหรับผู้ที่แต่งเข้ามา ตัวอย่างที่พบในผังเดียวกัน ได้แก่ ภรรยาของพี่ชายพ่อใช้ 阿姆 ระบบ Gaginang Peng’im a1m2 อ่านไทยโดยประมาณว่า อาอึ้ม ภรรยาของน้องชายพ่อใช้ 阿嬸 a1sim2 อ่านว่า อาซิ่มโดยประมาณ และภรรยาของพี่หรือน้องชายแม่ใช้ 阿妗 a1gim6 อ่านว่า อากิ๋มโดยประมาณ

คำสำหรับสามีของพี่หรือน้องสาวพ่อและแม่ก็มีในผังอ้างอิง แต่เสียงเรียกในครอบครัวไทยแปรหลายแบบ จึงควรถามเจ้าของบ้านก่อนนำไปใช้ หลักที่ปลอดภัยคือเริ่มจากระบุญาติสายเลือด แล้วถามว่าบ้านนั้นเรียกคู่สมรสของเขาอย่างไร ไม่ควรสร้างคำด้วยการนำเสียงที่จำได้มาต่อเอง

ใช้คำเหล่านี้อย่างไรไม่ให้เรียกผิด

  1. ถามให้ครบสามอย่างก่อน คือฝ่ายพ่อหรือแม่ เพศใด และถ้าเป็นฝ่ายพ่อ ผู้ชายคนนั้นแก่หรืออ่อนกว่าพ่อ
  2. ถามผู้ใหญ่ว่าคำเดียวกันใช้เรียกตรงและใช้กล่าวถึงหรือไม่ เพราะบางคำมีหน้าที่ต่างกันตามสถานการณ์
  3. อัดเสียงทั้งคำเดี่ยวและประโยคทักทายสั้น ๆ เพื่อเก็บเสียงวรรณยุกต์ที่เกิดขึ้นจริง
  4. จดรูปที่ได้ยินจากบ้านไว้ข้างรูปอ้างอิง ไม่ลบรูปใดรูปหนึ่งเมื่อทั้งสองมีที่มา

วิทยานิพนธ์ที่เก็บบทสนทนาในเยาวราชพบว่าคำนำหน้าเสียง อา อาจมีหรือไม่มีก็ได้ และผู้พูดอายุน้อยใช้รูปภาษาไทยมากขึ้น ความต่างอย่างแป๊ะกับอาแป๊ะจึงอาจเป็นความต่างด้านรูปเรียกและรุ่นผู้พูด ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าฝ่ายหนึ่งจำภาษาผิด

วิธีจำที่แม่นกว่าท่องรายชื่อคือผูกคำกับโครงครอบครัว เริ่มจากพ่อแล้วแยกแป๊ะ เจ็ก และโกว จากนั้นเริ่มจากแม่แล้วแยกกู๋กับอี๊ เมื่อวาดชื่อบุคคลจริงลงในผัง คำเรียกจะกลายเป็นเส้นความสัมพันธ์ที่ใช้ได้ในงานรวมญาติ ไม่ใช่ศัพท์ที่จำแล้วลืม

แหล่งข้อมูล